ที่ปรึกษาธุรกิจ ที่ปรึกษาการตลาด โค้ชและอบรม วางแผนธุรกิจ วางแผนตลาด และ การขาย



นวัต “กรรม” 2 : ยานพาหนะ หนูถีบจักรและอากาศพลศาสตร์หน้าคน(ปีที่ 6 ฉบับที่ 14 เดือนพฤษภาคม 2557)

รายละเอียด :

 

ก่อนที่โลกเราจะพบความลงตัวแห่งมอเตอร์ไซ ค์นั้น มีการคิดออกแบบยานพาหนะที่คล้ายคลึงกันแต่มีล้อเดียวออกมา แรกเริ่มใช้พลังเท้าถีบเหมือนจักรยาน ตอนหลังใส่ “ยนต์”เข้าไป กลายเป็นจักรยานยนต์ล้อเดียว

   ความคิดดังกล่าวออกมาประมาณร้อยห้าสิบปีที่แล้ว ใช้การถ่ายทอดกำลังจากล้อตัวเล็กที่อยู่ด้านในสู่ล้อใหญ่ด้านนอก มาใหญ่โตสุดตอนวางเครื่อง V-8 เข้าไปก็เคยทำมาแล้ว

อย่างไรก็ดีมันต้องมีความเฮงซวยผสมกับความอุบาทว์แทรกอยู่พอสมควร ไม่งั้นเราจะต้องเห็นวิ่งใช้งานบนท้องถนน


ข้อแรก

การควบคุมบังคับเลี้ยวลำบาก แรกๆใช้เทคนิคถ่ายน้ำหนักของผู้ขับขี่ คือถ้าอยากเลี้ยวซ้าย เอ็งจงถ่ายน้ำหนักตัวเอียงตนไปด้านซ้าย ถ้าอยากไปขวาเอ็งจงทำแบบตรงกันข้าม บางครั้งเอนเอียงมากเกินไปก็จะตะแคงคว่ำเอาง่ายๆ ต่อมาจึงทำเป็นแผ่นเหยียบไว้ตรงเท้า ให้ลงน้ำหนักลงข้างที่ต้องการเลี้ยวคล้ายการเล่นสกี เพื่อบังคับทิศทาง มาสุดอุโมงค์ที่มีการคิดระบบพวงมาลัยหมุนเหมือนรถยนต์ปัจจุบัน

ข้อที่สอง

หนักเกินเอาอยู่และทำให้เสถียรยาก คือ นอกจากหนักแล้วการที่เราต้องนั่งในตำแหน่งต่ำไม่สามารถถ่างขายืดออกไป 2 ข้าง ทำเป็นลักษณะแนวขาตั้ง ทำให้เมื่อใช้ความเร็วต่ำ หรือหยุดนิ่ง โมเม้นท์เยื้องศูนย์จะทำให้ออกอาการคว่ำข้าง โยกเยก จัดว่าอันตรายมาก

ข้อที่สาม

การรักษาตำแหน่งผู้ขับขี่ให้อยู่ในแนวตั้ง ต้องนึกภาพว่า ขณะนั้นตัวเราและเครื่องยนต์เทียบกับล้อนั้นถือว่าเคลื่อนไหวเป็นอิสระต่อ กัน เหมือนลูกปืนแบริ่งซ้อนกันอยู่ 2 วง เล็กอันใหญ่อัน ตอนออกตัวแรงๆหรือเบรกกะทันหัน อ้ายวงในที่เราและเครื่องยนต์สถิตอยู่อาจมีโมเม้นท์ของแรงเฉื่อยสะสม ทำให้หมุนกลับหัวกลับหางได้

ข้อที่สี่

ไม่สามารถบรรทุกสัมภาระ เช่น กระติกกาแฟเก็บความร้อนที่ภรรยาชงให้ กระเป๋า MC Intosh แบบอาจารย์ชูศักดิ์  Power Bank สำรอง ฯลฯ ไปไหนมาไหนได้สะดวก

ข้อที่ห้า

อันนี้สำคัญและซีเรียสมาก เป็นเรื่องทัศนะวิสัย ซึ่งถูกบดบังด้วยตัวล้อของมันเอง สมัยแรกๆแก้ปัญหาโดยเอียงหัวเอา ต่อมาแก้โดยวางตำแหน่งผู้ขับให้เยื้องออกมาด้านใดด้านหนึ่ง แต่ก็เกิดปัญหาการทรงตัว การควบคุมน้ำหนักตามมา

สรุปแล้วคือ “กลับบ้านเก่า” ถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรม “ตาปรือ” ฝากจารึกไว้ในวงการ

นวัต “กรรม” อากาศพลศาสตร์หน้าคน 

มนุษย์ เราเริ่มศึกษาวิชาอากาศพลศาสตร์หน้าคน หรือ Aerodynamics ประมาณร้อยปีก่อน (ผมเลยสงสัยว่า Aerostatics มีหรือไม่ ได้ยินคำตอบลอยมาว่า Aerostatic ก็คือ ความดันจากน้ำหนักของมวลอากาศไง)

เมื่อไม่มีอะไรทำ นักประดิษฐ์คิดค้นมองหน้าคนแล้วพบว่า “ต้านลม” เพราะบางคนหน้าแบน สไตล์ปราสาทสายฟ้า เวลานั่งรถม้า รถเก๋งเปิดประทุนสมัยก่อน นั่งมอเตอร์ไซค์แล้วทำให้ใช้ความเร็วได้ไม่เต็มที่ สิ้นเปลืองน้ำมัน จึงได้ทำกรวยใสไว้ครอบหน้า ปลายแหลม หน้าเหมือน “กา” ออกมาเป็น “Facial Aerodynamics” อัน “Very BRIGHT” แต่ไม่ Work เพราะ

ข้อที่หนึ่ง

ลืมนึกไปว่าคนเราต้องหายใจ ตอนแรกๆนวัตกรรมนี้ขายได้เพราะแปลก หลังๆคนเอามาคืนและขายไม่ได้ เพราะเกิดฝ้าไอน้ำจับตัวในกรวยตอนหายใจ ทำให้ใช้แล้ว “ตาปรือ” มองไม่เห็นทิศทาง

ข้อที่สอง

อันตรายจากการทิ่มหน้าซึ่งกันและกัน กลายเป็นอาวุธที่ไม่ได้ตั้งใจ

ทั้งหมดนี้คือบทเรียนความผิดพลาด  เพราะคาดไม่ถึง  อยากคิด อยากทำ  อยากขาย  เป็นการสำเร็จความใคร่ทางสมอง  ....แล้วกลับบ้านเก่า

We with they were made up, They really aren’t

พึงจำไว้ว่า : นวัตกรรมที่ดีต้องไม่ “ตาปรือ”
Digital Marketing,crm,Internet marketing,Marketing3.0,อบรมการตลาด,marketing strategies,marketing and strategy,digital marketing course,video marketing,vdo marketing,อบรม digital marketing,marketing course,marketing training course,online marketing strategy



Bookmark | ส่งหน้านี้ให้เพื่อน


ที่ปรึกษาธุรกิจ ที่ปรึกษาการตลาด โค้ชและอบรม วางแผนธุรกิจ วางแผนตลาด และ การขาย ที่ปรึกษาวางแผนธุรกิจ ที่ปรึกษาวางแผนตลาด

บริษัท มาร์เก็ตติ้ง กูรู แอสโซซิเอชั่น จำกัด
59/42 ศรีสุวรรณโฮมเพลส 2 หมู่ 2 ซอยสตรีวิทย์ 2 ถนนลาดพร้าว 71 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230
โทรศัพท์ : 0-2090-2390, 0-2090-2388 โทรสาร : 0-2090-2389#18
E-mail : mga01@mga.co.th, seminar@mga.co.th
>> คลิกดูแผนที่ <<


Marketing Guru Association Co.,Ltd. 2001 All Right Reserved.
Google+เพิ่มเพื่อน